Global Cloud เจ้าใหญ่ อย่าง Amazon AWS, Microsoft Azure หรือ Google Cloud Platform แตกต่างกันอย่างไร? ควรเลือกใช้งานเจ้าไหน?

ในบทความก่อนหน้านี้ได้มีการแนะนำคลาวด์ทั้งแบบ Local Cloud, Global Cloud และ Regional Cloud มาแล้ว สำหรับบทความนี้จะขอเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง Global Cloud เจ้าใหญ่ทั้ง 3 รายไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure และ Google Cloud Platform เป็นหลัก โดยเปรียบเทียบการใช้งานในรูปแบบของ IaaS และ PaaS เป็นหลัก เนื่องจาก SaaS นั้นทาง Microsoft เองจะมีบริการ Microsoft 365 และทาง Google เองก็จะมีบริการ Google Workspace ที่มีการใช้งานเป็นที่แพร่หลายอยู่แล้วครับ

เปรียบเทียบรูปแบบการให้บริการของ Global Cloud

การเปรียบเทียบการให้บริการของ Global Cloud สามารถเปรียบเทียบคร่าวๆ ได้ดังตารางด้านล่าง (อ้างอิงข้อมูลเดือน พฤษภาคม 2568)

Microsoft Azure Amazon Web Services (AWS) Google Cloud Platform (GCP)
ผู้พัฒนา Microsoft Amazon Google
เปิดตัวครั้งแรก 2010 2006 2008
จุดแข็งหลัก รองรับการทำงานกับระบบของ Microsoft ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Active Directory, Microsoft 365 และ Hybrid Cloud บริการครอบคลุมมากที่สุด มีการใช้งานมากที่สุด (Market Share สูงสุด) รองรับ AI/ML มีระบบ Data Analytics และ Kubernetes
ความครอบคลุมของภูมิภาค มีมากกว่า 60 Region ทั่วโลก มีมากกว่า 36 Region ทั่วโลก มากกว่า 42 Region ทั่วโลก
จำนวนบริการที่รองรับ มากกว่า 200 บริการ มากกว่า 250 บริการ มากกว่า 100 บริการ
การให้บริการด้าน Hybrid Cloud มีบริการหลากหลายทั้ง Azure Arc, Azure Stack รวมไปถึง Hybrid Identity มีบริการ AWS Outposts แต่มุ่งเน้นที่ Public Cloud เป็นหลัก มีบริการ Anthos สำหรับ Hybrid
ความเชี่ยวชาญด้าน AI/ML มีบริการ Azure AI และเชื่อมต่อเข้ากับ Microsoft Copilot (เบื้องหลังเป็น OpenAI) มีบริการ Amazon SageMaker มีบริการรองรับ (Vertex AI, DeepMind และ TensorFlow)
ระบบ Container / Kubernetes มีบริการ Azure Kubernetes Service (AKS) มีบริการ Amazon EKS, ECS มีบริการ GKE (Google Kubernetes Engine)
Marketplace (ใช้สำหรับซื้อบริการภายนอก) Azure Marketplace AWS Marketplace Google Cloud Marketplace
เครื่องมือสำหรับ DevOps Azure DevOps รวมไปถึง GitHub Actions (Microsoft เป็นเจ้าของ GitHub) มี CodePipeline, CodeBuild และ CodeDeploy มี Cloud Build, Cloud Deploy
ค่าใช้จ่าย มีราคาหลากหลาย รองรับ Hybrid Benefit (สำหรับลูกค้าที่มี License Microsoft เดิมและมีการซื้อ Software Assurance หรือ SA) มีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ราคาไม่ซับซ้อน มีส่วนลดแบบอัตโนมัติ
การรองรับ Multi-Cloud รองรับ (ใช้งานผ่านทาง Azure Arc, Defender) มีบางบริการ แต่ยังไม่ชัดเจน รองรับ (ใช้งานผ่านทาง Anthos)
การสนับสนุน มีเอกสารพอสมควร บางส่วนเป็นภาษาไทยแล้ว มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยแล้ว เอกสารส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก สามารถหาข้อมูลได้ไม่ยาก เอกสารหลักยังเป็นภาษาอังกฤษ มีกลุ่มใช้งานเฉพาะด้าน
กลุ่มเป้าหมายหลัก องค์กรที่มีการใช้งาน Microsoft อยู่แล้ว สามารถเชื่อมต่อกับระบบภายในแบบ Hybrid Cloud ได้ง่าย ทุกกลุ่ม รองรับระบบขนาดเล็กไปจนถึงระบบขนาดใหญ่ เน้นกลุ่ม Big Data, Startup และ AI-Driven

จากตารางด้านบน จะเห็นได้ว่า Global Cloud แต่ละรายก็จะมึจุดเด่นแตกต่างกันไป จากประสบการณ์ของผมเองจะพบผู้ใช้งานโดยมากเป็น Amazon AWS เป็นหลัก เนื่องจากมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน มีกรณีศึกษาจำนวนมาก มีความยืดหยุ่นในการจัดการสูงมาก รองลงมาจะเป็น Microsoft Azure ที่เน้นเรื่องของการจัดการแบบ Hybrid โดยเฉพาะกับระบบเดิมที่ทำงานอยู่บน Microsoft อยู่แล้ว ส่วน Google Cloud จะเป็นกลุ่มใช้งานเฉพาะทาง เนืองจากมีฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลอยู่พอสมควร

สำหรับ Global Cloud นั้น มีการเปรียบเทียบบริการเอาไว้หลากหลายเว็บไซต์ โดยผมขอยกตัวอย่างการเปรียบเทียบบริการเอาไว้ดังรูปด้านล่าง

GlobalCloudCompare_001.png
GlobalCloudCompare_002.jpg

จากรูปด้านบน จะเห็นได้ว่าในบริการอย่างเดียวกันนั้น Global Cloud แต่ละรายก็จะมีการให้บริการเอาไว้แล้ว แต่อาจจะแตกต่างกันในชื่อเรียกของบริการและฟีเจอร์ในการใช้งานที่มีรายละเอียดในเชิงเทคนิคแตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังให้บริการในขอบเขตแบบเดียวกัน

เปรียบเทียบในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านมาตรฐานความปลอดภัย ด้านราคา และการใช้งานเป็นอย่างไร

เมื่อพูดถึงคลาวด์ ก็มักจะนึกถึงด้านความปลอดภัยในการใช้งานว่าเป็นอย่างไร สำหรับความปลอดภัยในการใช้งานสามารถตรวจสอบได้จากมาตรฐานความปลอดภัยที่ผู้ให้บริการคลาวด์ได้รับเพราะเป็นการตรวจสอบกระบวนการจัดการภายในโดยผู้ตรวจสอบภายนอก (External Audit) นั่นเอง โดยเราสามารถเปรียบเทียบได้คร่าวๆ ดังตาราง

Microsoft Azure Amazon Web Services (AWS) Google Cloud Platform (GCP)
Security และ Compliance
  • มีการใช้งานผ่านทาง Azure Security Center
  • มีการเชื่อมต่อกับ Microsoft Defender
  • รองรับมาตรฐานทั้ง ISO, HIPAA รวมไปถึง GDPR
  • การจัดการ Hybrid Cloud ผ่านทาง Azure Arc
  • มี AWS Security Hub, IAM และ GuardDuty
  • รองรับการจัดการได้หลากหลาย
  • มีมาตรฐานมากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น
  • ออกแบบโดยใช้ Zero Trust Model เป็นหลัก
  • มี Chronicle, Security Command Center
  • จุดเด่นด้าน Security Analytics และ Threat Detection
ด้านราคา
  • รองรับ Pay-as-you-go
  • รองรับ Reserved instances (มีส่วนลด หากมีการกำหนดระยะเวลาการใช้งาน)
  • มี Azure Hybrid Benefit สำหรับ License Windows และ SQL (เฉพาะองค์กรที่ซื้อ Software Assurance หรือ SA)
  • รองรับ Pay-as-you-go
  • รองรับ Reserved/Spot Instances (มีส่วนลด หากมีการกำหนดระยะเวลาการใช้งาน)
  • มี Cost Explorer และ Savings Plans
  • มี Sustained Use Discounts (ลดอัตโนมัติ)
  • รองรับ Committed Use Contracts
  • ราคาโปร่งใส และง่ายต่อการคำนวณ

มีประเด็นที่อ้างอิงในเรื่องของการใช้งาน Global Cloud ในองค์กรหรือไม่?

จากการเปรียบเทียบด้านบนก่อนหน้านี้จะเป็นการเปรียบเทียบในแง่ของฟีเจอร์การใช้งาน ความปลอดภัย และด้านราคา ซึ่งในการใช้งานในองค์กรนั้นอาจจะต้องคำนึงถึงขั้นตอนการชำระค่าบริการด้วย เนื่องจาก Global Cloud เป็นการใช้งานแบบ Pay-as-you-go หรือเป็นการใช้งานก่อนและชำระค่าบริการภายหลังเหมือนกับค่าบริการโทรศัพท์มือถือแบบ Postpaid หรือการชำระค่าบริการแท็กซี่ ที่ค่าบริการในแต่ละเดือนจะไม่เท่ากัน อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เนื่องจากค่าบริการทั้งหมดเป็นสกุลเงิน US dollar (USD) ทั้งหมดนั่นเอง ดังนั้นสามารถสรุปประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและแนวทางการจัดการได้ดังตาราง

Global Cloud แนวทางการจัดการ
ค่าใช้บริการรายเดือน
  • คิดค่าใช้บริการเป็น US dollar ทั้งหมด
  • ชำระค่าบริการแบบแรก ชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิต ค่าบริการจะถูกชำระโดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนของบัตรเครดิต (สูงกว่าค่าปรกติ) และชำระทันที ซึ่งอาจจะเสียผลประโยชน์ทางด้านภาษีด้วย
  • ชำระค่าบริการแบบที่สอง ชำระค่าบริการผ่านทางตัวแทนในเมืองไทย (Reseller) จะเป็นการชำระแบบเครดิตในรูปแบบการชำระเงินตามปรกติ สามารถใช้สิทธิทางภาษีได้
ค่าบริการแต่ละเดือนไม่เท่ากัน
  • คิดค่าใช้จ่ายเป็น Pay-per-use
  • การชำระค่าบริการทั้งสองแบบ จะมีค่าใช้บริการเป็น US dollar เช่นเดียวกัน แต่ช่องทางการชำระเงินเป็นคนละช่องทาง ซึ่งแต่ละเดือนค่าบริการจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน
การบริการหลังการขาย
  • รองรับการเปิด Ticket ในระบบ การให้บริการทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก
  • แนวทางแบบแรก ซื้อบริการสนับสนุนเพิ่มเติมโดยตรงกับทางผู้ให้บริการ
  • แนวทางแบบที่สอง ซื้อบริการสนับสนุนเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการ เนื่องจากการจัดการ Global Cloud มีความซับซ้อน หากไม่มีความรู้เพียงพออาจจะเสียค่าใช้บริการที่สูงกว่าที่ควรจะเป็นได้

บทสรุปเชิงการใช้งาน Global Cloud

เราสามารถสรุปการเปรียบเทียบ Global Cloud ได้ดังนี้

Microsoft Azure Amazon Web Services (AWS) Google Cloud Platform (GCP)
องค์กรที่เหมาะกับการใช้งาน องค์กรที่มีการใช้งาน Microsoft ภายในอยุ่แล้ว และต้องการใช้งานแบบ Hybrid Cloud องค์กรที่ต้องการบริการครบวงจร มีการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่มาแล้ว องค์กรที่ต้องการ AI Analytics รวมไปถึง Kubernetes ที่ทันสมัยในราคายืดหยุ่น
ความโดดเด่นในเชิงธุรกิจ การเชื่อมต่อกับระบบเดิม โดยเฉพาะระบบที่ใช้งาน Microsoft อยู่แล้วจะมีราคาการใช้งานต่ำกว่าเจ้าอื่น การใช้งานเสถียร รองรับการใช้งานปริมาณมาก มีกรณีศึกษามาก เน้นนวัตกรรม ราคาคุ้มค่า
ข้อควรพิจารณา ราคาอาจจะซับซ้อน ราคาซับซ้อน ควรจะมีผู้เชี่ยวชาญควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด บริการยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการใช้งานจะถูกเพิ่มเติมมาใน Global Cloud ก่อนเสมอเมื่อเทียบกับ Regional Cloud และ Local Cloud แต่การบริหารจัดการใน Global Cloud ก็จำเป้นต้องเรียนรู้และดูแลอยู่เสมอ เนื่องจากการใช้งาน Global Cloud นั้น มักจะไม่มีการจำกัดค่าใช้บริการเอาไว้ ซึ่งหากดูแลไม่ดีอาจจะทำให้ค่าบริการสูงกว่างบประมาณที่ตั้งเอาไว้ได้นั่นเอง

เอกสารอ้างอิง: